จดหมายถึงเมืองไทย ปี 2 ตอน สยามยิ้ม ในต่างแดน

สยามยิ้ม ในต่างแดน

.สวัสดีครับเวลาทำอะไรหลายๆอย่างในเวลาเดียวกัน สมองคิดไม่ออก บอกไม่ถูก คิดไม่ทันหรือมันทันคิด เริ่มชักเซ็งๆ เครียดๆ อารมณ์เริ่มแปรปรวน ปั่นป่วน วุ่นวายเหมือนจะเกิดแผ่นดินไหวยังไงยังนั้นครับ สติก็เริ่มกระเจิงบิน “ไล่ล่าตามฝัน” ที่ไหนก็ไม่ทราบได้ (เด้อ) จึงมานั่งเขียนเรื่องเล่า เพื่่อผ่อนคลาย หา “ยิ้ม”สักกะหน่อยครับ ผมเรียกชื่อนี่ว่า “สยามยิ้มในต่างแดน” เหตุการณ์นี้ผมประทับในใจตลอดเวลาครับ ต้องมารีบเขียนบันทึกไว้ ไม่งั้นอาจจะลืมง่ายๆอย่างที่เราทราบกันดีครับ ว่าเมืองไทยเรามีดีหลายอย่าง และอย่างหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติเรา คือ “รอยยิ้ม”บนใบหน้า จนได้ขนามนามว่า “สยามเมืองยิ้ม” (Siam; Land of Smile) ซึ่งหมายความถึง เมืองสยามเป็นเมืองแห่งรอยยิ้มนั่นเอง (ก่อนที่จะถูกรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ขนานนามใหม่เป็น Thailand ในวันที่ 24 มิ.ย. 2482)ท่านเห็นด้วยหรือเปล่าครับ เวลาไปไหนมาไหน จะยากดีมีจน ร่ำรวย สวยหล่อ จะเป็นเศรษฐีหมื่นล้าน (เหมือนใครบางคน) หรือไม่ก็ไม่สน จะจนเหมือนยาจกก็ยิ้ม ยิ้ม และยิ้ม ยิ้มกันไว้ก่อน ยิ้มกันให้มันส์ทั่วบ้านทัวเมือง สร้างชื่อและความร่ำรวยให้กับ “พุ่มพวง ดวงจันทร์” ราชินีลูกทุ่งตลอดกาล (ขวัญใจ)ในสายตาชาวต่างชาติคงมองคนไทยแบบนั้นกระมังครับ อันนี้มันก็ไม่ค่อยเห็นภาพเท่าไหร่ ได้แต่ยินเขาพูดกัน ไม่รู้ว่าคนไทยทึกทักขึ้นกันเองหรือเปล่า อันนี้ข้ากระผมก็มิอาจทราบได้ขอรับ ต้องหาข้อพิสูจน์กันนะถึงจะเชื่อทำงานกับฝรั่งจนครบปีครับ พอท้ายปีก็มีการประเมินผลการทำงานหลายๆด้าน ที่เรียกว่า Job Description and Evaluation หรือการอธิบายและประเมินผลการทำงาน ในเอกสารการประเมินจะประเมินพนักงานในหลายด้าน ทั้งระดับการศึกษา (Level of Education) ประสบการณ์และทักษะการทำงาน (Experience and Skill set) ลักษณะของการทำงานที่ปรากฏ (Physical Demands) การให้ประเมินให้ตามมาตราฐานในระดับคะแนนต่างๆ อันนี้ผมไม่ได้ใส่ใจอะไรกับมันมากนักเพราะผลการประเมินเป็นคะแนน (Sore) แต่สิ่งที่น่าใจอยู่ตรงที่การลงความคิดเห็นของผู้ว่าจ้างงานต่อพนักงาน (Employer Comments) หัวหน้างาน (Supervisor and Manager) ได้ลงความคิดเห็นให้ผมยืดยาวหลายข้อความ และที่มีข้อความหนึ่งที่มันทำให้ผมหยุดคิดสักประเดี๋ยวหนึ่ง คือ”…He is very pleasant to work with,and most always has a smlie on his face.which increases the morale of our whole team…Wichai is and will contunue to be a great asset to AER…”แปลเป็นไทยแบบตรงๆว่าเขาผู้ชายคนนั้น (แปลตามที่เคยเรียนสมัยประถม) เป็นคนที่น่าทำงานด้วย เกือบทั้งหมด (ตลอดทั้งปี )เขามีรอยยิ้ม(แบบไหน)บนใบหน้าของเขา ซึ่งสามารถเพิ่มขวัญกำลังใจ(ฟู่หรือฟู่)ให้กับกลุ่มผู้ทำงานของพวกเรา วิชัยเป็นผู้ช่วยที่เยี่ยมยอด(กระเทียมเจียว)ให้กับบริษัท AERของเราและจะคงทำงานต่อไป (จนกว่าจะถูกปลด)พออ่านจบ ผมจะคิดครับ เขาพูดจริงๆหรือว่าล้อเล่นหว่า อะไรจะดีเลิศปานนี้หนอคิดไปคิดมามันเป็นอย่างนี้หรือ สงสัยฝรั่งเขาพูดจริงๆมั้ง เพราะฝรั่งเป็นคนตรงๆ เห็นหรือคิดอะไรแสดงออกกันให้เห็น (รักกันมากจะแสดงออกที่ลับตาหน่อยก็คงดีนะ)มาคิดว่า เออ …เรานี่ไม่เหมือนคนอื่น พนักงานชาติอื่น เขาได้ คอมเม้นท์ เหมือนเราเปล่าว่ะ หรือเราคนเดียวที่ยิ้ม (แสยะ)เหงือแห้งคนเดียว (หวังจะให้เขาขึ้นค่าแรงให้น่ะ)ไม่หรอกครับ ผมคิดว่าผมก็ทำตัวปกติไม่ได้ ยิ้มอะไรมากมายปานนั้น แต่ในสายตาของชาวต่างชาติมองเห็น “รอยยิ้มคนไทย” ในขณะที่คนชาติอื่นไม่มี เพื่อนเวียดนาม เม็กซิกัน ลาว เขมร ฟิลิปินส์ อินเดีย อัฟกัน-อเมริกัน และคนฝรั่งขาว สู้(รอยยิ้ม)คนไทยไม่ได้หรอกครับ…ผมก็เลยภูมิใจและเข้าใจแล้วว่าทำไม ต่างชาติเรียกเราว่า “สยามเมืองยิ้ม”แต่จริงๆยิ้มมันมีความหมายหลายนัย เพื่อความมั่นใจกลับถึงบ้านคว้าพจนานุกรมเล่ม (ทุบหัว) มาเปิดดูความหมายของว่า “Smile” ของไทยและอังกฤษ เปิดปุ๊บต้องร้อง โอ้โห! ไม่ยักกะรู้ว่า เป็นหยังคือจั่งมีควมหมายหลายอีหลีกะด้อปานนี้แท่น้อ ชักไม่มั่นใจแล้วดิ ฝรั่งหมายความถึงยิ้มชนิดไหนกันแน่ตามพจนานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 หน้า 906-907 ได้อธิบายของคำว่า “ยิ้ม” อย่างชัดกระแจ่มแจ้ง ยกมาชี้แจงให้ฟัง ดังนี้ครับยิ้ม ก. แสดงให้ปรากฏว่าชอบใจ เยอะเย้ย หรือเกลียดชัง ด้วยริมฝีปากและใบหน้ายิ้มกริ่ม ก. ยิ้มน้อยๆด้วยความกระหยิ่มใจหรือพอใจ, กระหยิ่มยิ้มย่อง.ยิ้มเก้อ, ยิ้มค้าง ก. อาการที่ยิ้มให้เขาแล้วเขาไม่ยิ้มตอบ ทำให้รู้สึกเก้อเขิน.ยิ้มแก้เก้อ, ยิ้มแก้ขวย ก. อาการที่รู้สึกแก้เก้อหรือขวยแล้วไม่รู้จะทำอย่างไร ก็ยิ้มฝืนออกมา ยิ้มเจื่อน ก. ยิ้มวางหน้าไม่สนิท ยิ้มแฉ่ง ก. ยิ้มอย่างร่าเริงและเบิกบาน. ยิ้มด้วยปาก ถากด้วยตา (สำ) ก. เยอะเย้ยด้วยกิริท่าทาง. ยิ้มแต้ ก. ยิ้มอย่างเปิดเผยด้วยความยินดีหรือดีใจมาก. ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ก.ยิ้มแล้วยิ้มอีกด้วยความดีใจหรืออิ่มเอิบใจ. ยิ้มในในหน้า ว. อมยิ้ม ยิ้มแป่น ก. ยิ้มทำแก้มแป้น. ยิ้มแผล่ ก.ยิ้มอย่างกระหยิ่มใจ. ยิ้มเฝื่อน ก.ยิ้มวางหน้าไม่สนิมคล้ายกินของที่มีรสเฝื่อน. ยิ้มมุมปาก ก. ยิ้มที่มุมปากข้างใดข้างหนึ่งโดยไม่เปิดปาก. ยิ้มย่อง,ยิ้มย่องผ่องใส ก. ยิ้มด้วยความอิ่มเอบใจ, กระยิ่มยิ้มย่อง ก็ว่า.ยิ้มยียวน ก.ยิ้มเป็นเชิงเย้ยยันหรือชวนให้หมั่นไส้, ยิ้มเยาะ ก. ยิ้มเป็นเชิงอย่างเย้ยหยัน, ยิ้มแย้ม, ยิ้มแย้มแจ่มใส ก. ยิ้มอย่างชื่นบาน, แย้มยิ้ม ก็ว่า. ยิ้มละไม . ยิ้มน้อยๆ อยู่ในหน้า. ยิ้มสู้ ก. ยิ้มพร้อมที่จะสู้อุปสรรคอันตรายใดๆโดยไม่ถอย. ยิ้มแสยะ ก. ยิ้มแบะปากแยกเขี้ยวเป็นการขู่ขวัญให้เกรงกลัวหรือขู่ว่าจะทำร้าย. ยิ้มหัว ก. ยิ้มแกรมหัวเราะ,ยิ้มแย้มหยอกล้อกัน. ยิ้มเหย [-เหย] ก. ยิ้มหน้าเบ้,ฝืนยิ้ม. ยิ้มแห้ง ก. จำใจยิ้ม . ยิ้มแหย [-เหย] ก.ยิ้มอย่างเก้ออายเห็นแล้วเลือกเอาครับ จะยิ้มแบบไหน ยิ้มแสยะ ย้มแต้ ยิ้มค้าง แย้มแป่น ยิ้มเก้อ ยิ้มเพ้อหรือยิ้มอะไรก็ช่าง แต่ที่แน่ๆ สู้ยิ้มสยาม บ่ได้ขอครับ
หวังว่าอ่านเรื่องนี้แล้วคงมีรอยยิ้มกันทั่วใบหน้านะครับ….
สยามยิ้มในต่างแดน
28 กุมภาพันธ์ 2553

แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา