บทเรียนชีวิต….ธรรมะจากแม่

บทเรียนชีวิต….ธรรมะจากแม่

                                          ใกล้ธรรมะเหมือนใกล้แม่

 

แม่สอน…ว่า “ ยามอยู่ห่างไกลแบบนี้เอาธรรมะเป็นที่พึ่ง ธรรมะก็เป็นเหมือนกับพ่อแม่  ธรรมะเป็นต้นไม้ใหญ่ เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร  เวลาร้อน เวลาหนาว ยามฝนตก ให้เข้าไปหลบใต้ต้นไม้ ต้นหนีร้อน หนีฝนได้ จะได้เย็นกายเย็นใจ   ไม่มีอะไรอีกที่ดีเท่ากับพ่อแม่และธรรมะ  ให้จำคำแม่ไว้   ยามจะทำอะไรต้องคิดพิจารณาให้ดีให้รอบคอบ คิดถึงพ่อแม่และธรรมะเอาไว้  พ่อแม่ให้อะไรได้ทุกอย่าง จะร้อน จะหนาว จะมีอะไรแม่ก็เป็นห่วงเสมอ  ทุกสิ่งแม่ให้ลูกได้ อันไหนที่แลกเปลี่ยนได้ก็จะทำ แม้กระทั่งชีวิต   แม่ช่วยอะไรลูกไม่ได้มาก   เพราะห่างกัน นอกจากคำสอนของแม่นี่แหละ จำไว้นะลูก

                                                                                                       24 สิงหาคม 2552

                                                                                                                                                                                                                                                                                                จนได้ก็รวยได้                                                                                                                                                                                                                     

แม่สอนว่า “อย่าไปดิ้นรนอะไรมาก ได้แค่นี้ก็พอใจแล้ว คนอื่นที่แย่กว่าเรามีเยอะ คนจนๆแบบเราก็จนแบบมีความสุข มีพ่อแม่ลูกพร้อมหน้าในครอบครัวก็ดีแล้ว ไม่เหมือนพวกคนรวย รวยได้ก็จนได้ จนได้ก็รวยได้ มันไม่แน่นอนอะไรหรอก  อย่างคนรวยชอบใช้เงินฟุ้มเฟือย ก็ไม่มีความสุข มีเมียหลายเมีย จะไปกินข้าวบ้านเมียโน้นมีนี่ สุดท้ายก็ไม่มีเมียไหนเอาทำไว้ให้กิน… ยกตัวอย่างที่เห็นแบบชัดๆ ลูกจำเฒ่าแก่ดำได้ไหม ที่รวยที่สุดในหมู่บ้าน สมัยก่อนเขารวยมาก มีเงินเป็นกระสอบๆ มีรถสิบล้อ รถอะไรเป็นยี่สิบสามสิบคัน มีบ้านหลังเป็นล้านๆ พวกชาวบ้านเวลาเห็นเขา แทบจะเข้าไปกอดขาเลย เห็นที่ไหนก็ยกมือไหว้เฒ่าแก่ นับถือว่าเขาเป็นเพื่อน….แต่มาตอนนี้ทุกอย่างไม่เหมือนเดิม ลูกสาวมาฆ่าตัวตาย บ้านหลังโตๆ ก็ถูกธนาคารยึด ไม่ได้ยึดเฉพาะบ้านของเฒ่าแก่อย่างเดียวนะ บ้านพวกชาวบ้านที่ที่ไปกู้เงินจากเฒ่าแก่ก็โดนธนาคารยึดเป็นหมดเหมือนเกลี้ยงไม่มีเหลือ เป็นแถบๆ ทั้งบ้านทั้งดิน เขาหนีไปอยู่ใต้สามปีก็กลับมาใหม่ หาบ้านจะอยู่ก็ไม่มี เลยไปเช่าห้องแถวเฒ่าแก่ใหญ่ที่เคยเป็นเพื่อนกัน แต่ก็มีปัญหากันเพราะเฒ่าแก่ใหญ่ไปทวงค่าเช่าไม่มีจ่ายให้เขา เขาก็เลยไปไล่หนี…ตอนนี้มาข้างๆบ้ายเรานี่แหละ มาเช่าบ้านเจ้าเอกมัน แต่เผอิญว่ามันที่ย้ายเข้าไปยืมรถเจ้าของบ้านเขาไปเข็นของ แต่มาโดนรถชนจนรถเขาพังหมด  ก็ไม่มีเงินมาซ่อมให้เขา แล้วก็มาบวชที่วัดบ้านเรานี่ล่ะ ตอนนี้สึกแม่ก็ไปผูกแขนให้ มายกมือไหว้แม่และยายเขียบ ยายเขียบข้างบ้านก็ให้พรว่า “ขอให้กลับมาเป็นเศรษฐีเหมือนเดิมนะ” เขาบอกว่า “เออ..ถ้าถูกหวยจะให้แสนนึง” ยามเขียบตอบว่า “ไม่ต้องแสนหรอก ยี่สิบบาทก็ดีใจแล้ว ให้นั่งรถด้วยก็ดีแล้ว” ตอนนี้หาเพื่อนก็ไม่มี ไม่มีเพื่อนเลยนะ หรือไม่กล้าไปหาเขาก็ไม่รู้ ตอนนี้ต้องมาคบพวกชาวบ้านอย่างเราๆเป็นเพื่อน…นี่ละคนเราเวลามีเงินทองเพื่อนก็เยอะ เวลาไม่มีอะไรเหลือก็ไม่มีเพื่อน เออ..มันเป็นแบบนี้ล่ะ…

เออแล้ว ลูกอยากเรียนต่อปริญญาเอก ก็ต่อให้มันจบซะ เพราะเหลืออีกแค่ขีดเดียว…คนอื่นเขาเรียนได้ เราก็ต้องเรียนได้ มันไม่ยากเพราะเรียนมาถึงขั้นนี้แล้วก็ให้มันสุดๆไป โลกของเรามันจะได้กว้าง เหมือนเปิดประตูออกจากบ้าน ได้เห็นอะไรเยอะแยะ…เหมือนว่าทางมันสว่างแบบนั้น”

              จากธรรมะของแม่…..มันก็คือกฏของไตรลักษณ์นั่นเอง ขอฝากบทกลอนสอนใจให้ผู้อ่านด้วยนะครับ

                                                ไตรลักษณ์
บุปผชาติเบ่งแย้ม      ภุมริน   ดอมดม
หอมกลิ่นโชยรวยริน          แน่แท้
เพลาผ่านตกดิน                 โรยร่วง งามสูญ
เฉกเช่นคนพลาดแพ้          เพื่อนพ้อง ตายจาก

สิ่งใดไหนโลกล้วนเป็นไปตามกฏไตรลักษณ์ประการ คือ อนิจจัง ทุกข์ขัง อนัตตา    ทุกสิ่งสรรพ์ล้วนเกิดขึ้นบนพื้นฐานแห่งความไม่เที่ยงแท้ ยั่งยืน (อนิจจัง )ย่อมส่งผลเกิดทุกข์ทรมาน (ทุกข์ขัง) จนทนต่อสภาพสิ่งไหนมิได้ และมีอันต้องเสื่อมสลายในที่สุด (อนัตตา)…ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ฤาจะคงอยู่กับเราสถาพร…โปรดตรองดู   อนุโมทนาบุญกับกุศลที่ผู้อ่านกระทำด้วยครับ…

                                                                              29 มกราคม 2554