การจัดบริการอาหาร

การจัดบริการอาหาร     

20160813_8675อาสาสมัครจะได้รับบริการเรื่องอาหาร 3 เวลา จันทร์-ศุกร์ ส่วนในวันเสาร์-อาทิตย์หากอาสาสมัครได้ออกนอกโรงเรียน ไปธุระหรือไปท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ อาสาสมัครจะรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายเอง (ส่วนนี้ได้อาสาสมัครจะได้รับทราบแล้วก่อนสมัคร) แต่เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันระหว่างครูอาสาสมัครและครูที่รับผิดชอบก็ควรทำเข้าใจร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง โดยกำหนดว่าสิ่งใดที่อาสาสมัครต้องรับผิดชอบเองบ้างให้ชัดเจน และหากอาสาสมัครไม่ได้ออกไปไหนในวันเสาร์-อาทิตย์ และบริเวณรอบโรงเรียนก็ไม่มีร้านค้า หรือร้านอาหารที่อาสาสมัครจะสามารถหาดูแลตัวเองได้  ครูที่ได้รับผิดชอบจึงมีหน้าที่รับผิดชอบจัดหาอาหารไว้บริการครูอาสาสมัครไว้

จากประสบการณ์ที่ทำงานกับอาสาสมัครมาทำหน้าที่หจำนวนมาก วิธีการบริการเรื่องอาหารให้กับครูอาสาสมัครต่างชาติ ได้ปฏิบัติดังนี้

1. เมื่ออาสาสมัครมาถึงโรงเรียน ครูประสานงานประจำโรงเรียน/ครูพี่เลี้ยง พูดคุยปฐมนิเทศให้กับอาสาสมัครเข้าใจว่า โรงเรียนจะบริการอาหาร  3  มื้อ ได้แก่ เช้า กลางวัน เย็น รวมถึงวันเสาร์-อาทิตย์ หากอาสาสมัครไม่ได้ออกไปไหน และไม่สมารถหาร้านอาหารหรือร้านค้าได้ ทางโรงเรียนก็จะยินดีดูแลเรื่องนี้ให้ แต่ถ้าอาสาสมัครไปท่องเที่ยวหรือทำธุระส่วนตัวในวันเสาร์-อาทิตย์อาสาสมัครต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ตกลงให้เป็นที่เข้าใจให้เรียบร้อย

2.สอบถามอาหารที่อาสาสมัครทานได้ ทานไม่ได้ มีอะไรบ้าง แบบไหน บางคนอาจจะไม่ทานเนื้อ อย่างนี้เป็นต้น ครูพี่เลี้ยงต้องทำความเข้าใจกับอาสาสมัครให้ดีให้เข้าใจ เพราะจะได้ไม่ต้องซื้ออาหารมาเสียเปล่าโดยไม่เกิดประโยชน์ ตอนเช้าอยากทานอะไร  โดยปกติทั่วไป ครูอาสาสมัครชาวตะวันตกจะทานขนมปัง ซีเรียล  กาแฟ นม เป็นอาหารเช้า อาสาสมัครต้องการอาหารแบบไหน อาจจะให้อาสาสมัครเขียนรายการอาหารก็ได้ หรือพาอาสาสมัครไปซื้อที่เองที่ร้านค้า แล้วมาเก็บไว้ในตู้เย็น เพื่อให้อาสาสมัครบริการตนเองในตอนเช้าก็ได้  ส่วนในตอนกลางวันแม่ครัวก็ทำอาหารให้คุณครูที่โรงเรียนครูอาสาสมัครก็ร่วมทานด้วยกัน และในช่วงเย็นก็ขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละโรงเรียน หากมีแม่ครัวที่สามารถบริการได้ก็ให้แม่ครัวทำ หากที่โรงเรียนไม่สะดวกวิธินี้ ก็อาจจะให้อาสาสมัครปรุงอาหารเอง หรือพาออกไปทานข้างนอก อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อม ความเหมาะสมแต่ละโรงเรียน นอกจากเรื่องอาหารแล้ว รายละเอียดอื่นๆครูที่รับผิดชอบก็ต้องคอยดูแลด้วย เช่น  วัสดุเครื่องใช้อื่นๆ เช่น กระดาษเช็ดปาก  ไม้จิ้มฟัน น้ำดื่มที่เก็บไว้บริการในตู้เย็นตลอดเวลา  เป็นต้น

จะเห็นได้ว่ารายละเอียดค่อนข้างมาก หากครูพี่เลี้ยงใส่ใจในการดูแลแล้วเรื่องทั้งหมดที่ว่ายุ่งยากเหล่านี้ก็เป็นกลายเรื่องง่ายๆ  ขอให้พึงระลึกอยู่เสมอว่า เขามาอาสาช่วยงานด้วยความตั้งใจดี ดังนั้นการบริการที่ประทับใจก็เป็นสิ่งที่พวกเราพึงกระทำ

3. การทำความเข้าในเรื่องความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมไทย-ต่างชาติ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่ต้องทำความเข้าใจ ไม่เพียงแต่ครูประสานงานประจำโรงเรียนหรือครูพี่เลี้ยงอาสาสมัคร ต้องทำความเข้าใจเท่านั้น ครูในโรงเรียนทุกคนควรให้การใส่ใจและน่าจะศึกษาวัฒนธรรมของชาวต่างชาติ และเข้าใจวัฒนธรรมของไทย รวมถึงสามารถอธิบายความแตกต่างของวัฒนธรรมและวิธีการปฏิบัติตามวัฒนธรรมและประเพณีไทยให้กับครูอาสาสมัครต่างชาติด้วย ครูไทยต้องเปิดใจรับวัฒนธรรมที่แตกต่างด้วย ซึ่งจะได้กล่าวในบทต่อไป

#ครูไทยหัวใจลูกทุ่ง